diet

ช่วงที่หนักขึ้นเอา ๆ ก็จะมาจากที่กินขนมหรือกินอาหารก่อนนอนมากไป

ช่วงที่เบื่อ ๆ ก็จะ นั่งใกล้ ๆ ตู้เย็น ดูทีวี แล้วก็หาของกินไปด้วยกินเสร็จ สบายใจ เล่นกับหมาแล้วก็นอน

 

หลังจากที่ไปอยู่เชียงใหม่มา เนื่องจากป้านุชแกเป็นเบาหวานต้องงดน้ำตาล กับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต และแกจะต้องไปติดชิ่งทุกวัน (เต้นแอรโรบิก ) รายการประจำวันเราจึงต้องเปลี่ยนไป

เช่น กินข้าวหรือกินคาร์โบเยอะ ก็ไม่ได้เพราะเกรงใจแก

 

เข้าใจว่า แกอาจจะอยากกินบ้าง เราก็ค่อย ๆ ลดปริมาณการกินลง

เนื่องจากไปอาศัยแกอยู่ 1เดือน จึงต้องปรับตัวเข้าหาแก

แกจะกินผลไม้เป็นหลักในช่วงเย็น สลัดบ้าง แล้วแต่อารมณ์

ผักและผลไม้ที่เชียงใหม่ก็เยอะ และ เอื้ออำนวยมาก

ทุกวัน แกจะเดินทางไกล ไป-กลับ ไปติดชิ่งที่ สวนสุขภาพ เป็นระยะทาง 3 กิโล

ตอนแรกนึกว่า นั่งรถไป ที่ไหนได้เดิน แทบจะลากขากลับมาเลย 

หลัง ๆ เลยเก็บแรงไว้เดินไปกลับ ไม่ไปวิ่งที่สวนมาก  เอามอคค่าไปด้วย  ขนาดมอคค่าบ้าพลังแล้ว ขากลับบางทียังแอบเหนื่อย มาเกาะขา ให้อุ้มอ่า (แต่เป็นแปบเดียว ใจสู้มาก (กว่าเจ้าของอีก ) 

 

กลับมาก็กิน ๆ กันนะ แรก ๆ เราก็กินข้าว

หลัง ๆ ก็กินขนมสอง สามคำ ผลไม้ หรือสลัด และผลไม้

แล้วก็เข้านอน เพราะเหนื่อยจริง ๆ ห้าทุ่มนิด ๆ ล็อกประตูบ้าน

จุดยากันยุงให้ทูน่า เดินเข้าบ้าน เรียกมอคค่าขึ้นนอน

ส่วนป้านุชแกก็ กู้ชาติ หลับที่โซฟาบ้าง ตื่นขึ้นมาไปอาบน้ำบ้าง

 

ไปอยู่เชียงใหม่ ต้องตื่นเช้า เพราะชอบไปใส่บาตร

วัน ๆ จะคิดว่า จะใส่บาตรอะไรดีนะ

ใส่วันเว้นวัน  ใส่ขนมปังบ่อยสุด กับนม

บางทีใส่เสร็จก็เลยไปกาด ไปซื้อของมาทำกับข้าว

 

ถ้าไม่ไปกาด ก็จะกลับมาพาหมาทั้งสามไปทำธุระตอนเช้า

มันดูมีความสุขมากเลย ที่ได้วิ่งและอากาศก็ดีด้วย

 

หลังจากที่เราไปเชียงใหม่กลับมา น้ำหนักก็ลดไป 2 โล

(กิน 3 มื้อ ) รู้สึกขยับตัวได้คล่องขึ้น ไม่อืดอาด อย่างแต่ก่อน

 

กลับมาที่กรุงเทพ เลยตั้งเป้าว่าจะลดน้ำหนัก และเปลี่ยนชีวิตใหม่

ต้อนรับ เดือนกุมภาที่จะรับปริญญา

 

edit @ 14 Jul 2008 01:08:05 by แม่ทูน่า